“บนโลกที่เต็มไปด้วยความเร็ว แรง ของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมไปถึงความอคติในความหลากหลายและแตกต่าง ที่นับวันมันจะรุนแรงขึ้นในทุกหย่อมบนโลกผืนนี้”

ครั้งหนึ่งในการร่วมโครงการทัวร์ละครถกแถลง

อาจารย์เคยดูละครนะ แต่ละครแบบนี้ ไม่เคยดูเลย ปกติละครดูแล้วก็จบ แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ละครแนวแบบนี้เพิ่งเคยดูครั้งแรก รู้สึกว่าได้เข้าไปร่วมอยู่กับเหตุการณ์ในละคร และก็เป็นส่วนนึงของปัญหาในละครด้วย ขอบคุณนะคะ…อาจารย์ท่านนึงจาก จ.อุบลฯ

ทุกครั้ง เมื่อพูดถึงละครแล้ว เราก็จะรู้สึกว่ามันคือเรื่องราว หรือบทบาทสมมุติที่ผู้กำกับได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความบันเทิง ถ้าจะให้มากหน่อยก็จะให้แง่คิดด้วย แต่สำหรับเราแล้วละครถกแถลงเป็นเรื่องราวหรือบทบาทสมมุติที่สะท้อนปัญหาร่วมของสังคมที่มันกำลังจะเป็นชนวนไปสู่ความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นต่อไป หากแม้นการดูแค่ละครมันก็คงจบแค่การดู และก็นำกลับไปคิดต่อกับตัวเอง แต่ในละครถกแถลงแล้วจะมีช่วงเปิดเวทีแลกเปลี่ยน โดยให้ตัวละครที่ก็ยังคงสวมบทบาทการเป็นตัวละครในปัญหาที่เพิ่งดูผ่านไป ออกมาแถลงการณ์ความอึดอัดคับข้อง และความต้องการจริง ๆ ของตนเอง ให้ผู้ชมได้รับรู้ด้วย ซึ่งถ้าหากเทียบกับสังคมจริง ๆ ในปัจจุบันนี้แล้ว คงไม่ค่อยมีใครมานั่งฟังกันจริง ๆ จัง ๆ และก็คงไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้พูดความคิดของตัวเองเท่าไหร่ด้วย การสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนและถกถึงปัญหาจากละคร เสมือนกับเราได้นั่งคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันของปัญหา มันทำให้มุมมองของการมองปัญหาเปิดกว้างขึ้น เพราะบางคำถาม บางข้อเสนอของคนดูท่านอื่น ๆ บางทีมันก็ทำให้เราฉุกใจคิด เกิดคำถามในตัวเอง เกิดความเข้าใจเกินจากสิ่งที่ตัวเองคิดในครั้งแรก การอย่ายึดมั่นตั้งมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิด จนลืมที่จะเปิดกว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การเข้าใจในความเป็นคน ๆ นึงที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้จากตัวละครที่ถูกนำเสนอมาแบบเข้าใจและยอมรับในความต่าง

parallax background

ละครแบบนี้ ไม่เคยดูเลย ปกติละครดูแล้วก็จบ แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ละครแนวแบบนี้เพิ่งเคยดูครั้งแรก รู้สึกว่าได้เข้าไปร่วมอยู่กับเหตุการณ์ในละคร และก็เป็นส่วนนึงของปัญหาในละครด้วย

การที่ต้องเล่นเป็นตัวละครที่เรารู้สึกไม่ดี ไม่ชอบเลย มันเป็นความยาก แต่เมื่อเราเจาะลึก หาข้อมูล และทำความเข้าใจมากขึ้นแล้ว เราจะเข้าใจเลยว่า ตัวละครตัวนี้ก็เป็นมนุษย์คนนึงที่อยู่บนโลกจริง มีความโลภ โกรธ หลง มีความต้องการเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป 

แต่เราจะทำอย่างไรให้คนโลกนี้อยู่ร่วมกับความแตกต่างให้ได้ หากแม้นว่าการอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้จะไม่ให้มีความแตกต่างแล้ว เราคงต้องทำร้ายกันตลอดไป 

ละครถกแถลงจึงเป็นการสร้างพื้นที่ประชาธิปไตยด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมในปัญหา รวมไปถึงการหาทางออกของปัญหา ซึ่งการสร้างพื้นที่ประชาธิปไตยแบบการมีส่วนร่วมในการนำไปสู่การแก้ปัญหาไม่เคยเกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะสังคมบ้านเรา ที่เป็นสังคมแบบยุคเจ้าชีวิต ยุคสมัยของการก้มหน้า หมอบกราบ เชื่อฟังคำสั่งแต่เพียงอย่างเดียว จนชีวิตไม่เคยเป็นของเรา สิ่งเหล่านี้จะหมดไปหากคนเรารู้จักสิทธิ แต่การรู้จักแค่สิทธิอย่างเดียว โดยที่ขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ จนลืมเคารพในความแตกต่าง ก็อาจจะส่งผลให้นำไปสู่ความขัดแย้ง จนเกิดเป็นสงครามที่ทำลายร้างมนุษย์ด้วยกันเองในที่สุด 

2
มนุษย์ป้าก็เป็นมนุษย์ ไม่ใช่ซากชำรุดของประวัติศาสตร์
1

ละครเรื่อง “ The Voice “ เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่ง ใน”โครงการละครถกแถลง ห้องเรียนวิถีประชาธิปไตย” โดยกลุ่มละครมะขามป้อม จัดแสดงไปแล้วในปีนี้ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มรภ.อุบล และ กรุงเทพมหานคร กำลังจะเปิดการแสดงอีกครั้งในงาน”หนาวนี้มีแชร์” งานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างนักกิจกรรมทางสังคมรุ่นใหม่ และ มหาลัยเถื่อนปี 5


ผู้เขียน: หมวย มะขามป้อม